ไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคติดเชื้อที่อันตรายและพบได้บ่อยในประเทศไทย หลายคนติดเชื้อแล้วไม่รู้ตัว ปล่อยทิ้งไว้นานอาจกลายเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับ แต่ถ้ารู้ตัวเร็วและรักษาก็สามารถควบคุมได้ วันนี้มาทำความเข้าใจกับโรคนี้ให้ชัดเจนกัน
สาเหตุและวิธีติดเชื้อ
ไวรัสตับอักเสบบีหรือ Hepatitis B Virus เป็นไวรัสที่โจมตีตับโดยเฉพาะ ติดต่อผ่านเลือดและน้ำในร่างกายของคนที่ติดเชื้อ วิธีติดเชื้อที่พบบ่อยคือติดจากแม่สู่ลูกตอนคลอด แม่ที่ติดเชื้อจะส่งผ่านไวรัสให้ลูกได้ถึง 90% ถ้าไม่ได้รับการป้องกัน ลูกที่ติดตั้งแต่เกิดมักติดเชื้อเรื้อรังและมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคตับร้ายแรงในอนาคต
ติดจากเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน โดยเฉพาะคนที่มีคู่นอนหลายคนหรือมีคู่นอนที่ติดเชื้อ ไวรัสอยู่ในน้ำอสุจิและสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศ สามารถส่งผ่านกันได้ง่าย ติดจากใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ติดยาเสพติดที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกันหลายคน เลือดที่ติดเชื้อจากคนหนึ่งจะส่งผ่านไปยังคนอื่นผ่านเข็ม ติดจากอุปกรณ์ที่ใช้เจาะผิวหนังหรือแผล เช่น เข็มสัก มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ แปรงสีฟัน ที่มีเลือดปนถ้าใช้ร่วมกับคนที่ติดเชื้อ
ติดจากเลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือดที่ไม่ปลอดภัย แต่ปัจจุบันหายากมากเพราะมีมาตรการตรวจเลือดอย่างเข้มงวด ติดจากอุบัติเหตุในทางการแพทย์ เช่น บุคลากรทางการแพทย์โดนเข็มที่ปนเปื้อนเลือดคนไข้ติดเชื้อแทงโดยบังเอิญ สิ่งสำคัญคือไวรัสตับอักเสบบีไม่ติดต่อผ่านอากาศ การสัมผัสทั่วไป จับมือ กอด การใช้ภาชนะรับประทานอาหารร่วมกัน หรือการอยู่ใกล้ชิดคนที่ติดเชื้อ
อาการและความรุนแรง
หลายคนติดเชื้อแล้วไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยจนไม่ทราบว่าติดเชื้อ อาการเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นภายใน 1-4 เดือนหลังติดเชื้อได้แก่ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องบริเวณตับ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม และอุจจาระสีซีด อาการเหล่านี้อาจกินยาบรรเทาอาการและพักผ่อนมากๆ ร่างกายจะกำจัดไวรัสออกไปเองภายใน 6 เดือนและหายขาด ผู้ใหญ่ประมาณ 95% ที่ติดเชื้อจะหายได้เอง แต่เด็กเล็กและทารกมักติดเชื้อเรื้อรังมากกว่า
ติดเชื้อเรื้อรังเกิดเมื่อร่างกายกำจัดไวรัสไม่หมด ไวรัสอยู่ในร่างกายเกิน 6 เดือนหรือนานกว่า บางคนไม่มีอาการเลย แต่ไวรัสยังทำลายตับอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับภายใน 20-30 ปี บางคนมีอาการเหนื่อยง่าย ปวดเมื่อยตามตัว ท้องอืด แต่ไม่รุนแรงจนไม่ไปหาหมอ เมื่อรู้ตัวอาจรุนแรงและรักษายากแล้ว ประมาณ 15-25% ของคนที่ติดเชื้อเรื้อรังจะเสียชีวิตจากโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับ
ตับแข็งเกิดเมื่อเซลล์ตับถูกทำลายและถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อพังผืด ตับทำงานไม่ได้ดี มีอาการบวมน้ำ ท้องโต เลือดออกง่าย สับสน และอาจเสียชีวิต มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่รักษายากและคร่าชีวิตเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่เสียชีวิตภายใน 1-2 ปีหลังวินิจฉัย ดังนั้นต้องตรวจหาเชื้อและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้รุนแรงถึงขั้นนี้
วิธีตรวจและวินิจฉัย
ตรวจเลือดหาแอนติเจนของไวรัส HBsAg ถ้าผลบวกแสดงว่าติดเชื้อ ถ้าผลลบแสดงว่าไม่ติดหรือหายแล้ว ตรวจแอนติบอดี Anti-HBs ถ้ามีแสดงว่ามีภูมิคุ้มกัน อาจได้จากฉีดวัคซีนหรือเคยติดเชื้อแล้วหาย ควรตรวจเลือดถ้ามีความเสี่ยง เช่น คู่สมรสติดเชื้อ ใช้ยาเสพติด มีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย หรือทำงานด้านการแพทย์ ตรวจก่อนตั้งครรภ์เพื่อป้องกันลูก และตรวจเป็นประจำทุก 1-2 ปีถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยง
ถ้าติดเชื้อต้องตรวจเพิ่มเติมว่าเป็นเฉียบพลันหรือเรื้อรัง มีไวรัสมากน้อยแค่ไหน ตับทำงานดีหรือเสียหาย ตรวจค่าเอนไซม์ตับ ALT และ AST ถ้าสูงแสดงว่าตับอักเสบ ตรวจปริมาณไวรัส HBV DNA ถ้าสูงแสดงว่ามีไวรัสเยอะและแพร่เชื้อได้ง่าย อาจต้องอัลตราซาวนด์หรือเอ็กซเรย์ตับเพื่อดูว่ามีความเสียหายหรือเป็นมะเร็งหรือไม่ บางรายอาจต้องเจาะตับตรวจเนื้อเยื่อเพื่อดูความเสียหายที่แน่นอน
วิธีรักษาและควบคุม
ติดเชื้อเฉียบพลันส่วนใหญ่ไม่ต้องรักษาด้วยยา แค่พักผ่อน กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะๆ และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ร่างกายจะกำจัดไวรัสเองภายใน 6 เดือน ติดเชื้อเรื้อรังต้องรักษาด้วยยาต้านไวรัส เช่น Entecavir, Tenofovir, Lamivudine หรือ Adefovir กินทุกวันตลอดชีวิตหรืออย่างน้อยหลายปี ยับยั้งไวรัสไม่ให้ขยายพันธุ์และทำลายตับ ไม่สามารถกำจัดไวรัสออกไปหมดได้แต่ควบคุมไม่ให้รุนแรง
บางรายใช้อินเตอร์เฟอรอนฉีด แต่ผลข้างเคียงมากและราคาแพง ไม่เหมาะกับทุกคน ส่วนใหญ่ใช้ยากินมากกว่า ยาเหล่านี้ได้รับการรับรองโดย สปสช. และประกันสังคม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องจ่ายเงินเองหรือจ่ายไม่เยอะ นอกจากยาแล้วต้องดูแลสุขภาพด้วย หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะจะทำลายตับมากขึ้น กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนเพียงพอ และไปตรวจติดตามเป็นประจำทุก 3-6 เดือน
ถ้ารุนแรงถึงขั้นตับวายอาจต้องปลูกถ่ายตับ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมากและหาผู้บริจาคยาก ดีกว่าป้องกันและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ให้ถึงขั้นนี้ ผู้ที่ติดเชื้อต้องแจ้งคู่นอนและคนใกล้ชิดให้ไปตรวจและฉีดวัคซีน ไม่ควรบริจาคเลือด อวัยวะ หรือน้ำเชื้อ และต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันแพร่เชื้อ
วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
วิธีที่ดีที่สุดคือฉีดวัคซีนป้องกัน วัคซีนตับอักเสบบีมีประสิทธิภาพสูงถึง 95% ป้องกันได้นานกว่า 20 ปีหรือตลอดชีวิต ปลอดภัยและผลข้างเคียงน้อยมาก ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ช่วงห่างระหว่างเข็มแรกกับเข็มสอง 1 เดือน และระหว่างเข็มสองกับเข็มสาม 5 เดือน ทารกแรกเกิดทุกคนในไทยได้รับวัคซีนตับอักเสบบีฟรีตามโครงของรัฐบาล คนที่เกิดก่อนปี 2535 อาจไม่ได้ฉีดควรไปฉีดเพิ่ม
กลุ่มที่ควรฉีดวัคซีนได้แก่ คู่สมรสหรือคนใกล้ชิดของผู้ติดเชื้อ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ใช้ยาเสพติด ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย ผู้ที่ต้องฟอกไตหรือรับเลือดบ่อย และผู้ที่เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดสูง ก่อนฉีดควรตรวจเลือดก่อนว่ามีภูมิคุ้มกันหรือติดเชื้ออยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามีไม่ต้องฉีดเพราะไม่ได้ประโยชน์
ป้องกันด้วยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น ไม่ใช้แปรงสีฟัน มีดโกน หรือกรรไกรตัดเล็บร่วมกัน ตรวจสอบว่าร้านสักหรือคลินิกใช้อุปกรณ์สะอาดปลอดเชื้อ ตรวจเลือดก่อนตั้งครรภ์ ถ้าแม่ติดเชื้อต้องให้ลูกฉีดวัคซีนและภูมิคุ้มกันภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอดเพื่อป้องกัน
ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อผ่านเลือดและน้ำในร่างกาย วิธีหลักคือติดจากแม่สู่ลูก เพศสัมพันธ์ ใช้เข็มร่วมกัน และอุปกรณ์ที่ปนเลือด หลายคนติดแล้วไม่มีอาการจนกลายเป็นเรื้อรังและตับแข็งหรือมะเร็งตับ ต้องตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัย รักษาด้วยยาต้านไวรัสและดูแลสุขภาพ ป้องกันด้วยฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้ถุงยางอนามัย ไม่ใช้ของร่วมกับคนอื่น และตรวจเลือดเป็นประจำถ้าเสี่ยง ถ้าทำตามนี้จะลดโอกาสติดเชื้อและป้องกันโรคตับร้ายแรงได้
